<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	>

<channel>
	<title>i-tonaor : PHP CakePHP nuSOAP CSS JS Network AJAX UNIX Linux</title>
	<atom:link href="http://www.i-tonaor.com/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.i-tonaor.com</link>
	<description>Web Development</description>
	<pubDate>Mon, 23 Mar 2009 03:31:14 +0000</pubDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.7.1</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>&#8220;IE8&#8243;เปิดโหลดทั่วโลกตามหลัง&#8221;Chrome&#8221;เบต้า2.0</title>
		<link>http://www.i-tonaor.com/2009/03/23/ie8%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%82%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1/</link>
		<comments>http://www.i-tonaor.com/2009/03/23/ie8%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%82%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 23 Mar 2009 03:30:27 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[News]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.i-tonaor.com/?p=50</guid>
		<description><![CDATA[ไมโครซอฟท์ (Microsoft) พร้อมเปิดให้นักท่องเน็ตทั่วโลกดาวน์โหลดโปรแกรมเบราว์เซอร์ล่าสุด Internet Explorer 8 หรือ IE8 อย่างเป็นทางการในวันพฤหัสบดีที่ 19 มีนาคม 9.00 น.เวลาในคาบสมุทรแปซิฟิก ตามหลัง Chrome ซึ่งกูเกิลเปิดให้ผู้ใช้ดาวน์โหลดเวอร์ชันทดลองฉบับปรับปรุงใหม่ 2.0 เพียงไม่กี่วัน
เช่นเดียวกับเบราว์เซอร์ IE ทุกเวอร์ชัน ผู้ใช้ระบบปฏิบัติการวินโดวส์แบบถูกลิขสิทธิ์จะมีสิทธิ์ดาวน์โหลดโปรแกรมไป ใช้งานได้ฟรีผ่านเว็บไซต์ของไมโครซอฟท์ หลังจากที่ IE8 ถูกทดสอบโดยนักวิจัยและนักท่องเน็ตทั่วโลกนานเกือบ 1 ปี ซึ่งแม้ IE8 จะถูกเตรียมจำหน่ายพ่วงไปกับ Windows 7 ระบบปฏิบัติการรุ่นต่อจากวิสต้าซึ่งคาดว่าจะวางตลาดในปีหน้า แต่ไมโครซอฟท์ระบุว่า IE8 สามารถทำงานร่วมกับ Windows Vista และ Windows XP ได้ดี
ส่วน แบ่งตลาดของ IE ยังคงกินสัดส่วนใหญ่ที่สุด คิดเป็น 72.2% ของตลาดรวม รองลงมาคือ Firefox ของมูลนิธิมอซิลลา (Mozilla) ที่มีส่วนแบ่ง 17.2% อันดับที่ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ไมโครซอฟท์ (Microsoft) พร้อมเปิดให้นักท่องเน็ตทั่วโลกดาวน์โหลดโปรแกรมเบราว์เซอร์ล่าสุด Internet Explorer 8 หรือ IE8 อย่างเป็นทางการในวันพฤหัสบดีที่ 19 มีนาคม 9.00 น.เวลาในคาบสมุทรแปซิฟิก ตามหลัง Chrome ซึ่งกูเกิลเปิดให้ผู้ใช้ดาวน์โหลดเวอร์ชันทดลองฉบับปรับปรุงใหม่ 2.0 เพียงไม่กี่วัน</strong></p>
<p>เช่นเดียวกับเบราว์เซอร์ IE ทุกเวอร์ชัน ผู้ใช้ระบบปฏิบัติการวินโดวส์แบบถูกลิขสิทธิ์จะมีสิทธิ์ดาวน์โหลดโปรแกรมไป ใช้งานได้ฟรีผ่านเว็บไซต์ของไมโครซอฟท์ หลังจากที่ IE8 ถูกทดสอบโดยนักวิจัยและนักท่องเน็ตทั่วโลกนานเกือบ 1 ปี ซึ่งแม้ IE8 จะถูกเตรียมจำหน่ายพ่วงไปกับ Windows 7 ระบบปฏิบัติการรุ่นต่อจากวิสต้าซึ่งคาดว่าจะวางตลาดในปีหน้า แต่ไมโครซอฟท์ระบุว่า IE8 สามารถทำงานร่วมกับ Windows Vista และ Windows XP ได้ดี<span id="more-50"></span></p>
<p><strong>ส่วน แบ่งตลาดของ IE ยังคงกินสัดส่วนใหญ่ที่สุด คิดเป็น 72.2% ของตลาดรวม รองลงมาคือ Firefox ของมูลนิธิมอซิลลา (Mozilla) ที่มีส่วนแบ่ง 17.2% อันดับที่ 3 คือ Chrome ที่มีผู้ใช้ราว 2.8% โดยบราว์เซอร์ Safari ของแอปเปิลมีส่วนแบ่งตลาดน้อยกว่า 1 เปอร์เซ็นต์</strong></p>
<p>หนึ่งในความสามารถโดดเด่นของ IE8 ที่เพิ่มจาก IE7 เวอร์ชันก่อนหน้านี้คือ accelerator ที่สามารถอำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้คลิกขวาบนที่อยู่หรือเนื้อหาบริการออนไลน์ อื่นๆ เพื่อสั่งค้นหาข้อมูลนั่นๆบนแผนที่ เว็บล็อก หรือเว็บไซต์อื่นๆได้ทันที นอกจากนี้ ผู้ใช้ IE8 ยังสามารถพิมพ์คีย์เวิร์ดลงในแอดเดรสบาร์เพื่อสืบค้นลิงก์ที่เกี่ยวข้องได้ โดยไม่ต้องเข้าสู่เว็บไซต์เสิร์ชเอนจิ้นให้ยุ่งยาก ขณะเดียวกันก็มีการป้องกันความปลอดภัยเต็มที่ด้วยการแสดงข้อความเตือนให้ผู้ ใช้รู้ตัวว่ากำลังดาวน์โหลดซอฟต์แวร์ประสงค์ร้ายอยู่</p>
<p><strong>การ เปิดให้ดาวน์โหลด IE8 นี้เกิดขึ้นหลังจากกูเกิล (Google) เปิดให้ผู้ใช้ทั่วโลกทดสอบการทำงานของ Chrome เวอร์ชันใหม่ไม่นานนัก โดยกูเกิลการันตีว่า Chrome 2.0 beta จะสามารถทำงานกับโปรแกรมภาษา Javascript ได้เร็วขึ้นถึง 25-35% ถือว่าเร็วกว่า Chrome 1.0 ถึง 2 เท่าตัว</strong></p>
<p>นอกจากจะสามารถทำงานได้เร็วขึ้น การประเดิมการอัปเดทซอฟต์แวร์ครั้งใหญ่หลังจากเคยอัปเดท Chrome อย่างเป็นทางการเมื่อ 6 เดือนที่แล้ว ยังทำให้ผู้ใช้ Chrome 2.0 beta สามารถตั้งค่าเพื่อกรอกข้อมูลส่วนตัวบนแบบฟอร์มออนไลน์ได้แบบอัตโนมัติ สามารถซูมหน้าเว็บเพจทั้งหน้าซึ่งกูเกิลการันตีว่าจะขยายได้ทั้งภาพและข้อ ความ รวมถึงสามารถเลื่อนหน้าเว็บขึ้นลงแบบอัตโนมัติเพียงกดปุ่ม scroll บนเมาส์</p>
<p>ก่อนหน้านี้ มอซิลลาและแอปเปิลได้เปิดอัปเดทซอฟต์แวร์เบราว์เซอร์ของตัวเองแล้วเช่นกัน โดยเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา มอซิลลาเปิดให้นักท่องเน็ตร่วมทดสอบ Firefox 3.1 ที่สามารถรองรับ 64 ภาษา ระบุว่าพัฒนาให้สามารถทำงานร่วมกับ Javascript ได้เร็วขึ้น เพิ่มความสามารถในการทำงานร่วมกันระหว่างเว็บ ทั้งในส่วนของการเชื่อมโยงข้อมูลภาพ เสียง และวีดีโอยิ่งขึ้น</p>
<p><strong>ที่มา</strong>: ASTVผู้จัดการออนไลน์     19 มีนาคม 2552 13:48 น.</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.i-tonaor.com/2009/03/23/ie8%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%82%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ทำเงินบนโลกไอที (1) : Search Engine Marketing รู้จักไว้มีแต่ได้</title>
		<link>http://www.i-tonaor.com/2009/03/23/%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b9%84%e0%b8%ad%e0%b8%97%e0%b8%b5-1-search-engine-marketing-%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89/</link>
		<comments>http://www.i-tonaor.com/2009/03/23/%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b9%84%e0%b8%ad%e0%b8%97%e0%b8%b5-1-search-engine-marketing-%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 23 Mar 2009 03:29:14 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[News]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.i-tonaor.com/?p=46</guid>
		<description><![CDATA[ใคร ว่าบทความไอทีอ่านแล้วจะมีแต่เรื่องเสียเงิน ทั้งเทคโนโลยีล้ำสมัยหรือสินค้ารุ่นใหม่ที่มักปลุกกิเลสให้ชาวไอทีควักเงิน ในกระเป๋าออกมาจับจ่ายอยู่ตลอดเวลา ต่อไปนี้คือบทความไอทีที่เชื่อว่าจะทำให้ผู้อ่านสามารถทำเงินจากโลกไอทีได้ หากตั้งใจแน่วแน่กับการศึกษาและปฏิบัติจริง
&#8220;ผู้จัดการไซเบอร์&#8221; ขอนำเสนอบทความชุดเรื่อง &#8220;ทำเงินบนโลกไอที&#8221; เพื่อแสดงมุมมองของการตลาดออนไลน์ในยุค 2009 จากนานาเจ้าของเว็บไซต์และบริษัทที่เป็นสมาชิกในสมาคมผู้ประกอบการอีคอม เมิร์ชไทย โดยเราจะนำท่านไปทำความรู้จักกับการทำเงินขั้นพื้นฐานในสัปดาห์แรก และจะต่อยอดการทำเงินขั้นสูงขึ้นในสัปดาห์ถัดไป
 ***
เจาะตลาดโลกด้วย SEM
(บทความโดย ปภาดา อมรนุรัตน์กุล paphada@redrank.co.th)
คุณ มีเว็บไซต์หรือยังค่ะ?? แล้วตอนนี้มีคนเข้าเว็บไซต์ของคุณเป็นจำนวนเท่าไร?? มียอดซื้อออนไลน์มากน้อยขนาดไหน? ปัญหาเหล่านี้จะหมดไป หากคุณได้รู้จักกับ Search Engine Marketing
คนส่วนใหญ่ที่เปิดเว็บไซต์มาหลายปีแต่ขายสินค้าได้น้อย มักจะคิดว่าเป็นเพราะการไม่มีความรู้เรื่องเว็บไซต์ หรือเพราะการใช้เว็บสำเร็จรูปในการเปิดร้านขายของ จนหลายคนทำใจได้และพอใจกับการขายสินค้าได้แค่นั้น แต่ความเป็นจริงแล้ว ปัจจุบันมีเว็บไซต์ขนาดเล็กจำนวนไม่น้อยที่ใช้เว็บไซต์สำเร็จรูปธรรมดา ไม่ได้มีลูกเล่นอะไรมากมาย ที่สามารถทำยอดขายได้เพิ่มขึ้นถึง 400%
เคล็ดลับความสำเร็จอยู่ที่เขาได้รู้จักกับการทำตลาดออนไลน์ ที่เรียกกันว่า SEM ซึ่งหากเราเป็นผู้ประการธุรกิจแบบ ecommerce เราจะสามารถวัดค่า ROI (Return Of Investment) ได้ดีทีเดียว
ใช้เสิร์ชเอนจิ้นเป็นเครื่องมือ
Search Engine Marketing คำนี้ไม่ได้เป็นศัพท์ใหม่ หลายๆ คนรู้จักกันมานานแล้ว แต่ในประเทศเราเองนั้น เพิ่งจะเริ่มตื่นตัวกับการทำ SEM นี้ในช่วง 5 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong><span style="color: #cc0000;">ใคร ว่าบทความไอทีอ่านแล้วจะมีแต่เรื่องเสียเงิน ทั้งเทคโนโลยีล้ำสมัยหรือสินค้ารุ่นใหม่ที่มักปลุกกิเลสให้ชาวไอทีควักเงิน ในกระเป๋าออกมาจับจ่ายอยู่ตลอดเวลา ต่อไปนี้คือบทความไอทีที่เชื่อว่าจะทำให้ผู้อ่านสามารถทำเงินจากโลกไอทีได้ หากตั้งใจแน่วแน่กับการศึกษาและปฏิบัติจริง</span></strong></p>
<p>&#8220;ผู้จัดการไซเบอร์&#8221; ขอนำเสนอบทความชุดเรื่อง <strong><span style="color: #cc0000;">&#8220;ทำเงินบนโลกไอที&#8221;</span></strong> เพื่อแสดงมุมมองของการตลาดออนไลน์ในยุค 2009 จากนานาเจ้าของเว็บไซต์และบริษัทที่เป็นสมาชิกในสมาคมผู้ประกอบการอีคอม เมิร์ชไทย โดยเราจะนำท่านไปทำความรู้จักกับการทำเงินขั้นพื้นฐานในสัปดาห์แรก และจะต่อยอดการทำเงินขั้นสูงขึ้นในสัปดาห์ถัดไป<br />
<span id="more-46"></span> ***</p>
<p><strong><span style="color: #cc0000;"><span style="text-decoration: underline;"><span style="font-size: small;">เจาะตลาดโลกด้วย SEM</span></span><br />
</span></strong>(บทความโดย ปภาดา อมรนุรัตน์กุล paphada@redrank.co.th)</p>
<p><strong>คุณ มีเว็บไซต์หรือยังค่ะ?? แล้วตอนนี้มีคนเข้าเว็บไซต์ของคุณเป็นจำนวนเท่าไร?? มียอดซื้อออนไลน์มากน้อยขนาดไหน? ปัญหาเหล่านี้จะหมดไป หากคุณได้รู้จักกับ Search Engine Marketing</strong></p>
<p>คนส่วนใหญ่ที่เปิดเว็บไซต์มาหลายปีแต่ขายสินค้าได้น้อย มักจะคิดว่าเป็นเพราะการไม่มีความรู้เรื่องเว็บไซต์ หรือเพราะการใช้เว็บสำเร็จรูปในการเปิดร้านขายของ จนหลายคนทำใจได้และพอใจกับการขายสินค้าได้แค่นั้น แต่ความเป็นจริงแล้ว ปัจจุบันมีเว็บไซต์ขนาดเล็กจำนวนไม่น้อยที่ใช้เว็บไซต์สำเร็จรูปธรรมดา ไม่ได้มีลูกเล่นอะไรมากมาย ที่สามารถทำยอดขายได้เพิ่มขึ้นถึง 400%</p>
<p>เคล็ดลับความสำเร็จอยู่ที่เขาได้รู้จักกับการทำตลาดออนไลน์ ที่เรียกกันว่า SEM ซึ่งหากเราเป็นผู้ประการธุรกิจแบบ ecommerce เราจะสามารถวัดค่า ROI (Return Of Investment) ได้ดีทีเดียว</p>
<p><span style="text-decoration: underline;"><strong><span style="color: #cc0000;">ใช้เสิร์ชเอนจิ้นเป็นเครื่องมือ</span></strong></span></p>
<p>Search Engine Marketing คำนี้ไม่ได้เป็นศัพท์ใหม่ หลายๆ คนรู้จักกันมานานแล้ว แต่ในประเทศเราเองนั้น เพิ่งจะเริ่มตื่นตัวกับการทำ SEM นี้ในช่วง 5 ปีหลังที่ผ่านมานี้เอง หากใครยังไม่รู้ว่า Search Engine Marketing คืออะไร จะขออธิบายดังนี้</p>
<p><strong>SEM หรือ Search Engine Marketing นั้น หากแปลเป็นภาษาไทยง่ายๆ จะหมายถึงการตลาดผ่านเครื่องมือค้นหาทางอินเทอร์เน็ต</strong> ซึ่งเครื่องมือค้นหาทางอินเทอร์เน็ต ที่เด่นๆ นั้นก็ได้แก่ Google, Yahoo และ Live (MSN) โดยการทำ SEM นี้ แบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือ</p>
<p><span style="color: #cc0000;">การทำ Search Engine Optimization (SEO)</span> คือการปรับแต่งหน้าเว็บไซต์ของเราให้โดนใจ Search Engine ต่างๆ อาจจะมีการปรับโครงสร้างภายใน code, โครงสร้าง link หรือ บางทีเมื่อก่อนที่เราเคยโปรโมทเว็บเราด้วยการแลกลิงค์ (link exchange) นั้น ก็ถือว่า เป็นการทำ SEO แบบหนึ่งอีกด้วย</p>
<p>แต่การจะทำ SEO ได้นั้น ต้องใช้ปัจจัยหลายอย่างด้วยกัน ทั้ง off-page และ on-page factor ซึ่งสิ่งเหล่านี้ ล้วนมีผลกระทบกับการทำ SEO เป็นอย่างยิ่ง แต่อะไรจะมีคะแนนมากหรือน้อย อย่างไรนั้น ต้องไปทดลองทำด้วยตนเองถึงจะรู้ เมื่อเราทำ SEO แล้วนั้น เว็บไซต์ที่เราทำจะไปปรากฏบริเวณด้านซ้ายมือของผลการค้นหา ซึ่งแน่นอนว่า บริเวณนี้จะมีคนคลิกเป็นจำนวนมาก และคนส่วนใหญ่จะคลิกเว็บไซต์ที่ปรากฏผลในอันดับต้นๆ ของผลการค้นหาเป็นจำนวนมาก</p>
<p><strong>เรียกได้ว่า ใครมีเว็บไซต์อยู่ในอันดับต้นๆ ของผลการค้นหาจะสามารถทำเงินได้อย่างสบายๆ</strong></p>
<table border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" align="center">
<tbody>
<tr>
<td align="center" valign="top">
<table border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="500">
<tbody>
<tr>
<td width="500" align="center" valign="top"><img src="http://pics.manager.co.th/Images/552000002545201.JPEG" border="0" alt="" width="500" height="286" /></td>
</tr>
</tbody>
</table>
</td>
</tr>
<tr>
<td height="5" align="center" valign="top"><img src="http://www.manager.co.th/images/blank.gif" border="0" alt="" width="1" height="5" /></td>
</tr>
</tbody>
</table>
<p>เรามาดูอีกฝั่งของผลการค้นหากันบ้าง ผลการค้นหาฝั่งขวามือนั้น เราจะเรียกกันว่า เป็น <span style="color: #cc0000;">Pay per click (PPC)</span> เราซึ่งเป็นเจ้าของเว็บไซต์ไม่ต้องกลุ้มใจกับอันดับที่ไม่ขึ้นในฝั่งซ้าย (SEO) เพราะเราสามารถทำให้เว็บไซต์ของเราขึ้นอันดับในฝั่งขวาของผลการค้นหาได้ ง่ายๆ ด้วยการจ่ายเงินค่าโฆษณาให้กับ Search Engine โดยค่าใช้จ่ายนั้น จะมีการจ่ายเป็นต่อคลิก คือ เมื่อใดก็ตามที่มีคนเข้ามาคนค้นหาแล้วโฆษณาเว็บไซต์ของเราปรากฏขึ้นบนฝั่ง ขวามือ เราจะยังคงไม่เสียค่าโฆษณา</p>
<p>แต่หากผู้ค้นหาสนใจสินค้าหรือบริการของเรา แล้วคลิกโฆษณาเพื่อเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเราแล้วล่ะก็ เราจึงจะเสียค่าใช้จ่าย ต่อการคลิกของลูกค้าแต่ละคน ซึ่งแน่นอนว่า ยอดคนเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเราสักคน ก็มีโอกาสที่เขาจะพัฒนามาเป็นลูกค้าของเราได้ต่อไปในอนาคต เพราะนี่คือ สิ่งที่เขากำลังค้นหาอยู่จริงๆ ซึ่งถือเป็นการลงทุนที่ต่ำมาก ต่ำกว่าการใช้งบโฆษณาไปกับสื่ออื่นๆ ที่ไม่ตรงกลุ่มเป้าหมาย</p>
<p>ลองคิดดูซิว่า หากเรามีการลงโฆษณาในหน้าหนังสือพิมพ์สักฉบับนึง ประมาณ 10,000 บาท แน่นอนว่า คนที่อ่านหนังสือพิมพ์จะได้เห็นโฆษณาเรา แต่ใน 200,000 คนที่อ่านหนังสือพิมพ์นั้น อาจจะมีคนสนใจสินค้าเราเพียงแค่ 500 คนเท่านั้น และภายใน 500 คนจะกลายเป็นลูกค้าเราจริงๆ เพียงแค่ 50 คนเท่านั้น ในขณะที่เราลงโฆษณาด้วย pay per click คนที่เข้ามาค้นหาข้อมูลบน Search Engine นั้น จะเป็นคนที่มีความสนใจในสินค้านั้นๆ อยู่แล้ว หากเรามีการเขียนคำโฆษณาที่ดี และดึงดูดให้เขาคลิกได้โอกาสที่เขาจะกลายเป็นลูกค้าของเราจะมีมากกว่าการลง ทุนโฆษณาในแบบอื่นๆ ซึ่งการทำ ppc นั้นสามารถวัดผล ROI ได้อย่างชัดเจนจากการเริ่มทำกันเลยทีเดียว</p>
<p>Pay per click นั้นมีชื่อเรียกกันหลากหลายชื่อเลยทีเดียว หากใครไปได้ยินชื่อที่เรียกว่า Keywords Advertising, Cost Per Click (CPC), Sponsored Link, Paid Placement และจะมีชื่อเรียกไปตาม Search Engine ต่างๆ ด้วย เช่น Google ก็จะเรียกว่า <strong>“Google AdWords”</strong> ส่วน Yahoo ก็จะเรียกว่า <strong>“Y!SM Yahoo Search Marketing”</strong> เป็นต้น แต่ขอให้รู้ไว้ว่า มันคือกระบวนการทำงานแบบเดียวกันนั่นเอง</p>
<p><strong><span style="color: #cc0000;"><span style="text-decoration: underline;">SEO หรือ PPC อย่างไหนดีกว่า</span><br />
</span><br />
จากประสบการณ์ของผู้เขียน ถ้าให้ถามว่า การทำ SEM แบบไหนดีกว่ากัน? ระหว่างการทำ SEO กับ PPC ผู้เขียนก็บอกได้เลยว่า ดีไปกันคนละแบบ</strong> ในฝั่งขวาที่เป็น ppc นั้น เราสามารถเขียนคำโฆษณาที่เราต้องการหรือสิ่งที่เราอยากจะสื่อความคิดของเรา ให้กลุ่มเป้าหมายของเราได้ชัดเจน เช่น ถ้าเราจะขายบ้านสักหลัง เราอาจะเขียนโฆษณาในฝั่งขวาว่า</p>
<p>บ้านสวย พร้อมอยู่<br />
ใกล้รถไฟฟ้า แถวบางนา<br />
จองวันนี้ เพียง 1.3 ล้านบาท</p>
<p>โดยเราจะใช้ keyword ว่า บ้านบางนา เป็นต้น เพราะนั่นหมายความว่า คนที่เข้ามาค้นหาคำว่า “บ้านบางนา” เขามองหา บ้านที่อยู่บางนา ซึ่งถ้าเราเขียนคำโฆษณาได้โดนใจคนค้นหา สิ่งที่เขียนอาจจะโดนใจด้วยคำว่า ราคาแค่ 1.3 ล้านบาท ซึ่งเป็นงบประมาณ ที่คนค้นหาต้องการพอดี ก็แน่นอนว่า โอกาสที่คนค้นหานี้จะเป็นลูกค้าเรามีสูงมากแล้ว แต่การจะกลายเป็นลูกค้าของเราได้หรือไม่นั้น ต้องขึ้นอยู่กับ หน้าตาของเว็บไซต์ และรูปแบบของบ้านเป็นสำคัญอีกด้วย</p>
<p>มาดูในฝั่ง SEO กันบ้าง ถึงแม้ว่า เราจะไม่สามารถเขียนคำโฆษณาอย่างที่เราต้องการได้ แต่อย่างที่เราๆ ท่านรู้กันดีอยู่ว่า เมื่อไรก็ตามที่เรามีการค้นหา เราจะคลิกฝั่งซ้ายมือก่อนเสมอ บางทีเว็บไซต์อันดับที่ 1 นั้นไม่ได้มีสิ่งที่เราต้องการเลย แต่คนส่วนใหญ่ก็มักจะคลิกอันดับหนึ่งของผลการค้นหาก่อนเสมอ ถ้าไม่ใช่แล้วค่อยกลับมาหาอันดับที่ 2 3 4 ต่อไปตามลำดับ นี่เองเป็นสาเหตุที่ว่า ทำไมแต่ละเว็บไซต์จึงอยากให้เว็บไซต์ของตัวเอง ติดในอันดับต้นๆ ของผลการค้นหาใน Search Engine กันเหลือเกิน</p>
<p><strong><span style="text-decoration: underline;"><span style="color: #cc0000;">ไม่ต้องขายของก็รวยได้</span></span></strong></p>
<p>เว็บไซต์ของบางคนก็ไม่ได้มีการขายของผ่านทางหน้าเว็บ แต่ก็มาจ้างทำ SEM ก็มีเหมือนกัน หลายคนอาจสงสัยว่า แล้วถ้าเขาไม่ได้ขายของ เว็บไซต์ของเราจะอยากติดหน้าแรกไปทำไมกัน อยากดังแค่นั้นหรือ? จริงๆ แล้ว ความอยากดัง อาจเป็นส่วนหนึ่ง แต่ถ้าให้มองกันดีๆ เราจะพบว่า <strong>หาก เว็บไซต์ของเรา ที่ไม่ได้มีขายของอะไร แต่มีคนเขาเยี่ยมชมมากมาย และมีคนเข้ามาเยี่ยมชมอยู่สม่ำเสมอแล้ว เราไม่จำเป็นต้องหาของมาขายเลย เพราะแค่ขาย Banner ก็รวยแล้วค่ะ</strong></p>
<p>เว็บไซต์อย่างเช่น sanook, kapook หรือ manager เป็นเว็บไซต์ที่ไม่ได้ขายของ และเน้นข้อมูล-ความบันเทิงเป็นหลัก แต่มีคนเข้าชมวันละไม่ต่ำกว่า 100,000 uip ซึ่งแน่นอนว่า ต้องมีอีกหลายๆ บริษัทฯ ที่อยากได้ลูกค้าจากคนในเว็บไซต์นี้แน่นอน ถ้าคิดว่า แบ่งสัก 10% คนที่เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์นี้ไปให้คนที่นำ banner มาติด ก็จะพบว่า ใน 1 วัน เว็บไซต์ของเราจะมีคนเข้าชมประมาณ 10,000 uip เลยทีเดียว</p>
<p><strong><span style="color: #cc0000;">เพราะ ฉะนั้นแล้วไม่ว่าเราจะมีเว็บไซต์ประเภทใด หากมีการติดอันดับในผลการค้นหา ไม่ว่าจะเป็นฝั่งขวามือหรือซ้ายมือ มันก็จะช่วยให้เราสามารถทำเงินได้เช่นกัน!!<br />
</span></strong><br />
<em><strong>***ทำเงินบนโลกไอทีสัปดาห์หน้า จะพูดถึงการตลาดด้วยเว็บล็อก อย่าพลาดนะคะ </strong></em></p>
<p><em><strong>ที่มา : ASTVผู้จัดการออนไลน์     21 มีนาคม 2552 15:24 น.<br />
</strong></em></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.i-tonaor.com/2009/03/23/%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b9%84%e0%b8%ad%e0%b8%97%e0%b8%b5-1-search-engine-marketing-%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>เริ่มต้นรู้จักกับ AJAX ตอนแรก</title>
		<link>http://www.i-tonaor.com/2009/03/17/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a-ajax-%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%81/</link>
		<comments>http://www.i-tonaor.com/2009/03/17/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a-ajax-%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%81/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 16 Mar 2009 17:57:03 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[AJAX]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.i-tonaor.com/?p=29</guid>
		<description><![CDATA[AJAX : Asynchronous Javascript And XML
อันที่จริงเรื่องนี้ก็ไม่นับว่าเป็นเรื่องใหม่ เพราะว่าเราๆ ท่านๆ ทั้งหลายก็คงได้ยิน แล้วก็ได้ใช้กันไปมากมายแล้ว แต่ก็จะขออธิบายคร่าวๆ ตามแนววิชาการนิดหน่อย(บวกกับความเข้าใจของผู้เขียน)นะคะ ^^

ทำไมเราถึงจะนำ AJAX  มาใช้งาน
การที่ AJAX ถูกนำมาใช้งานอย่างแพร่หลายบน Web Site หรือใน Web Application นั้น โดยทั่วไปแล้ว เป็นเพราะ AJAX ทำให้ผู้เข้าใช้งานเวป รู้สึกว่าเวปทันสมัย รวดเร็ว และสนองตอบความต้องการได้อย่างราบรื่น
 Asynchronous Javascript And XML แปลเป็นภาษาคนตามกระบวนการทำงานของมัน ก็คือ การทำงานของ Web Application แบบที่ไม่ต่อเนื่องกัน โดยอาศัยความสามารถของ Javascript และ XML 
ซึ่งการทำงานแบบ Asynchronous มีความแตกต่างจาก Synchronous แบบเดิม ตรงที่ หน้าแสดงผลที่ User เข้าใช้งาน ไม่จำเป็นต้องรอผลที่ร้องขอไปในขณะนั้น สามารถข้ามไปทำเหตุการณ์อื่นต่อได้เลย โดยที่ผลลัพธ์ที่ได้จากการร้องขอจะส่งกลับมาให้ในตอนหลัง ทำให้ User รู้สึกได้ถึงความรวดเร็วของการทำงานในหน้าที่ตัวเองกำลังใช้งานอยู่
แต่ถ้าเป็นการทำงานแบบ Synchronous ทั่วไปนั้น User จำเป็นต้องรอผลลัพธ์จากการร้องขอให้กลับมาแสดงผลก่อน จึงจะไปทำเหตุการ์อื่นต่อไปได้
เรามาดู แผนผังเปรียบเทียบความแตกต่างของ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>AJAX : Asynchronous Javascript And XML</strong></p>
<p>อันที่จริงเรื่องนี้ก็ไม่นับว่าเป็นเรื่องใหม่ เพราะว่าเราๆ ท่านๆ ทั้งหลายก็คงได้ยิน แล้วก็ได้ใช้กันไปมากมายแล้ว แต่ก็จะขออธิบายคร่าวๆ ตามแนววิชาการนิดหน่อย(บวกกับความเข้าใจของผู้เขียน)นะคะ ^^</p>
<p><span id="more-29"></span></p>
<p><strong>ทำไมเราถึงจะนำ AJAX  มาใช้งาน</strong><br />
การที่ AJAX ถูกนำมาใช้งานอย่างแพร่หลายบน Web Site หรือใน Web Application นั้น โดยทั่วไปแล้ว เป็นเพราะ AJAX ทำให้ผู้เข้าใช้งานเวป รู้สึกว่าเวปทันสมัย รวดเร็ว และสนองตอบความต้องการได้อย่างราบรื่น</p>
<p> <strong>Asynchronous Javascript And XML</strong> แปลเป็นภาษาคนตามกระบวนการทำงานของมัน ก็คือ การทำงานของ Web Application แบบที่ไม่ต่อเนื่องกัน โดยอาศัยความสามารถของ Javascript และ XML </p>
<p><strong>ซึ่งการทำงานแบบ Asynchronous มีความแตกต่างจาก Synchronous แบบเดิม</strong> ตรงที่ หน้าแสดงผลที่ User เข้าใช้งาน ไม่จำเป็นต้องรอผลที่ร้องขอไปในขณะนั้น สามารถข้ามไปทำเหตุการณ์อื่นต่อได้เลย โดยที่ผลลัพธ์ที่ได้จากการร้องขอจะส่งกลับมาให้ในตอนหลัง ทำให้ User รู้สึกได้ถึงความรวดเร็วของการทำงานในหน้าที่ตัวเองกำลังใช้งานอยู่</p>
<p>แต่ถ้าเป็นการทำงานแบบ Synchronous ทั่วไปนั้น User จำเป็นต้องรอผลลัพธ์จากการร้องขอให้กลับมาแสดงผลก่อน จึงจะไปทำเหตุการ์อื่นต่อไปได้</p>
<p>เรามาดู แผนผังเปรียบเทียบความแตกต่างของ Web App ที่ใช้ Synchronous และ AJAX กันค่ะ</p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter size-full wp-image-37" title="ajax_application_model-th" src="http://www.i-tonaor.com/wp-content/uploads/2009/03/ajax_application_model-th.jpg" alt="ajax_application_model-th" width="691" height="346" /></p>
<p> </p>
<p>ด้านซ้าย เป็นภาพการงานของ <strong>Web App ทั่วไปแบบ Synchronous</strong> จะสังเกตเห็นว่า การร้องขอจากส่วนของ user ( client) จะส่งตรงเข้าสู่ server เพื่อประมวลผล ซึ่งขณะที่ server ทำการประมวลผลนั้น ทางฝั่ง user(client) เอง ก็จำเป็นต้องรอผลลัพธ์ที่จะออกมาก่อน จึงจะร้องขออย่างอื่นต่อไปได้</p>
<p>ในขณะด้านขวา เป็นการนำ <strong>AJAX </strong>เข้ามาใช้งาน โดยการจัดวาง AJAX คั่นตรงกลางระหว่าง user(client) และ server ซึ่ง user นั้น ส่ง input ที่ต้องการไปยัง AJAX  แล้ว AJAX จะส่งผลลัพธ์การแสดงผลออกมา(ซึ่งจะยังไม่ใช่ผลลัพธ์อันเกิดจากการร้องขอ) เพื่อให้ user สามารถทำงานอย่างอื่นต่อไปได้เลย<br />
โดยที่ในขณะเดียวกัน AJAX จะทำงานร้องขอความต้องการของ user ไปยัง server  แล้ว server จะส่งผลลัพธ์ที่ได้จากการร้องขอมายัง AJAX จากนั้น AJAX จะส่งต่อไปยัง user เมื่อ user ต้องการใช้งาน<br />
ซึ่งกระบวนการแบบนี้ จะทำให้การทำงานในส่วนของ user(client) เป็นไปได้อย่างรวดเร็วกว่า แบบแรก</p>
<p>จากข้อมูลด้านบน คงพอให้เข้าใจใน AJAX ไปบ้าง คุณๆ สามารถหาอ่านเพิ่มเติมได้อีก จาก <a href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B9%81%E0%B8%88%E0%B9%87%E0%B8%81%E0%B8%8B%E0%B9%8C" target="_blank">wikipedia </a>หรือ <a href="http://www.w3schools.com/Ajax/default.asp" target="_blank">w3school</a> หรือตามเวปที่ให้ความรู้อื่นๆ อีกมากมายได้ค่ะ</p>
<p>เดี๋ยวตอนหน้า เรามาดูว่าการที่จะใช้ AJAX นั้น จำเป็นต้องมีความรู้และเข้าใจ เรื่องอะไรบ้าง กันนะคะ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.i-tonaor.com/2009/03/17/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a-ajax-%e0%b8%95%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%81/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>สำรวจพบเครือข่ายสังคมถูกใช้งานนานกว่าอีเมล</title>
		<link>http://www.i-tonaor.com/2009/03/16/%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%88%e0%b8%9e%e0%b8%9a-%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a1%e0%b8%96/</link>
		<comments>http://www.i-tonaor.com/2009/03/16/%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%88%e0%b8%9e%e0%b8%9a-%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a1%e0%b8%96/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 16 Mar 2009 16:22:22 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[News]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.i-tonaor.com/?p=18</guid>
		<description><![CDATA[การสำรวจล่าสุดพบเว็บไซต์เครือข่ายสังคมและเว็บล็อกนั้นครองสัดส่วน การใช้งานอินเทอร์เน็ตโดยรวมถึง 10 เปอร์เซ็นต์ ทำสถิติสูงกว่าอีเมล ซึ่งเคยเป็นกิจกรรมยอดนิยมของชาวอินเทอร์เน็ต
      
       ข้อมูลการสำรวจจากบริษัทวิจัยนีลสันออนไลน์ (Nielsen Online) พบว่ากิจกรรมออนไลน์ที่กินเวลามากที่สุดอันดับหนึ่งยังคงเป็นการสืบค้นข้อ มูลออนไลน์ อันดับสองคือการเข้าเว็บไซต์ตามความสนใจทั่วไป รองลงมาคือเว็บไซต์เกี่ยวกับซอฟต์แวร์ อันดับสี่คือเว็บไซต์เครือข่ายสังคม และอันดับห้าคือเช็กอีเมล
      
       ยังไม่เห็นขาลง
      
       จอห์น เบอร์แบงค์ (John Burbank) ซีอีโอนีลสันออนไลน์ตั้งข้อสังเกตว่า ราว 2 ใน 3 ของประชากรออนไลน์ทั่วโลกล้วนเป็นสมาชิกของเว็บไซต์เครือข่ายสังคม โดยขณะนี้ยังไม่ทีท่าว่าจำนวนสมาชิกของเว็บไซต์เหล่านี้จะลดลงหรือมีอัตรา การเติบโตที่ช้าลง โดยการสำรวจพบว่า ทุกๆ 1 ใน 11 นาทีซึ่งประชากรเน็ตทั่วโลกเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต จะถูกนำไปใช้กับการเข้าสู่เว็บไซต์เครือข่ายสังคม
      
       เฉพาะ ในช่วงระหว่างเดือนธันวาคม 2007 และ 2008 เวลาในการใช้งานเว็บไซต์เครือข่ายสังคมนั้นเพิ่มขึ้นคิดเป็นสัดส่วนราว 63 เปอร์เซ็นต์ รวมอยู่ที่ 4.5 หมื่นล้านนาที
      
       หากแบ่งเค้ก 4.5 หมื่นล้านนาทีซึ่งผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทั่วโลกเทให้กับเว็บไซต์เครือข่ายสังคม จะพบว่าเวลาส่วนใหญ่เป็นของเฟสบุ๊ก (Facebook) ซึ่งถูกบันทึกว่าสมาชิกเฟสบุ๊กนั้นมีการใช้งานเว็บไซต์นานถึง 2.05 หมื่นล้านนาที เพิ่มขึ้น [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong><img class="aligncenter size-full wp-image-27" title="552000003211902" src="http://www.i-tonaor.com/wp-content/uploads/2009/03/552000003211902.jpg" alt="552000003211902" width="200" height="140" />การสำรวจล่าสุดพบเว็บไซต์เครือข่ายสังคมและเว็บล็อกนั้นครองสัดส่วน การใช้งานอินเทอร์เน็ตโดยรวมถึง 10 เปอร์เซ็นต์ ทำสถิติสูงกว่าอีเมล ซึ่งเคยเป็นกิจกรรมยอดนิยมของชาวอินเทอร์เน็ต</strong><br />
      <br />
       ข้อมูลการสำรวจจากบริษัทวิจัยนีลสันออนไลน์ (Nielsen Online) พบว่ากิจกรรมออนไลน์ที่กินเวลามากที่สุดอันดับหนึ่งยังคงเป็นการสืบค้นข้อ มูลออนไลน์ อันดับสองคือการเข้าเว็บไซต์ตามความสนใจทั่วไป รองลงมาคือเว็บไซต์เกี่ยวกับซอฟต์แวร์ อันดับสี่คือเว็บไซต์เครือข่ายสังคม และอันดับห้าคือเช็กอีเมล</p>
<p><span id="more-18"></span>      <br />
       <strong>ยังไม่เห็นขาลง</strong><br />
      <br />
       จอห์น เบอร์แบงค์ (John Burbank) ซีอีโอนีลสันออนไลน์ตั้งข้อสังเกตว่า ราว 2 ใน 3 ของประชากรออนไลน์ทั่วโลกล้วนเป็นสมาชิกของเว็บไซต์เครือข่ายสังคม โดยขณะนี้ยังไม่ทีท่าว่าจำนวนสมาชิกของเว็บไซต์เหล่านี้จะลดลงหรือมีอัตรา การเติบโตที่ช้าลง โดยการสำรวจพบว่า ทุกๆ 1 ใน 11 นาทีซึ่งประชากรเน็ตทั่วโลกเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต จะถูกนำไปใช้กับการเข้าสู่เว็บไซต์เครือข่ายสังคม<br />
      <br />
       <strong>เฉพาะ ในช่วงระหว่างเดือนธันวาคม 2007 และ 2008 เวลาในการใช้งานเว็บไซต์เครือข่ายสังคมนั้นเพิ่มขึ้นคิดเป็นสัดส่วนราว 63 เปอร์เซ็นต์ รวมอยู่ที่ 4.5 หมื่นล้านนาที</strong><br />
      <br />
       หากแบ่งเค้ก 4.5 หมื่นล้านนาทีซึ่งผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทั่วโลกเทให้กับเว็บไซต์เครือข่ายสังคม จะพบว่าเวลาส่วนใหญ่เป็นของเฟสบุ๊ก (Facebook) ซึ่งถูกบันทึกว่าสมาชิกเฟสบุ๊กนั้นมีการใช้งานเว็บไซต์นานถึง 2.05 หมื่นล้านนาที เพิ่มขึ้น 5.66 เปอร์เซ็นต์ สูงกว่าปีก่อนซึ่งทำอัตราการเติบโตไว้ได้ 3.1 เปอร์เซ็นต์เมื่อธันวาคมปี 2006<br />
      <br />
       ช่วงปี 2006-2007 นั้นเป็นปีที่การใช้งานเว็บไซต์เครือข่ายสังคมเพิ่มขึ้นราว 5 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น โดยกว่า 80 เปอร์เซ็นต์เป็นชาวบราซิล แต่จุดหนึ่งที่ยังไม่เปลี่ยนแปลงคือชาวบราซิลเหล่านี้ใช้เวลานานกับการเล่น เว็บไซต์เครือข่ายสังคม คิดเป็นสัดส่วนไม่ต่ำกว่า 23 เปอร์เซ็นต์ของเวลาท่องเน็ตทั้งหมด<br />
      <br />
     <strong>  สำหรับ ตลาดโลก เฟสบุ๊กคือเว็บไซต์เครือข่ายสังคมที่มีจำนวนผู้ใช้งานมากที่สุดคือ 108.3 ล้านคน เป็นเว็บเครือข่ายสังคมเบอร์หนึ่งในออสเตรเลีย สเปน สวิสเซอร์แลนด์ ฝรั่งเศส อังกฤษ และอิตาลี แต่ในสหรัฐฯ คะแนนความนิยมกลับอยู่ที่มายสเปซ (MySpace) ขณะที่ในญี่ปุ่นนั้นนิยมเว็บท้องถิ่นนามมิกซี่ (Mixi) และบราซิลนิยมออคุต (Orkut) ของกูเกิล</strong><br />
      <br />
       <strong>ตลาดเปลี่ยน</strong><br />
      <br />
       ข้อมูลในอดีตที่เชื่อว่าเว็บไซต์เครือข่ายสังคมเหล่านี้จะมีสมาชิก ส่วนใหญ่เป็นเด็กวัยรุ่นนั้นเริ่มหมดสมัยแล้ว เพราะการสำรวจล่าสุดพบว่าเยาวชนไม่ใช่ฐานตลาดใหญ่ของเว็บไซต์เครือข่ายสังคม แล้วในขณะนี้ โดยการสำรวจของนีลสันออนไลน์พบว่า ระดับอายุสมาชิกเฟสบุ๊กที่มีการเติบโตสูงที่สุดคือกลุ่ม 35-49 ปี และผู้ใช้เฟสบุ๊กในกลุ่ม 50-64 ปีนั้นมีการเข้าใช้งานมากกว่ากลุ่มอายุต่ำกว่า 18 ปีถึง 2 เท่า<br />
      <br />
       ที่ สำคัญ นีลสันออนไลน์เชื่อว่า สมาชิกเฟสบุ๊กในอังกฤษช่วงอายุ 35-49 ปีนั้นจะมีจำนวนมากกว่าช่วงอายุ 18-34 ปีภายในเดือนมิถุนายน ปีนี้<br />
      <br />
       กลุ่มตลาดที่เปลี่ยนไปย่อมส่งผลถึงรูปแบบการโฆษณาออนไลน์บนเว็บไซต์ เครือข่ายสังคมเหล่านี้ ซึ่งเชื่อว่าภาพรวมการเปลี่ยนแปลงจะชัดเจนมากขึ้นในช่วง 2-3 ปีนี้<br />
      <br />
       Company Relate Link :<br />
       Nielsen Online</p>
<p>ที่มา : ASTVผู้จัดการออนไลน์  16 มีนาคม 2552 15:26 น.<br />
<a href="http://www.manager.co.th/CyberBiz/ViewNews.aspx?NewsID=9520000030005">http://www.manager.co.th/CyberBiz/ViewNews.aspx?NewsID=9520000030005</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.i-tonaor.com/2009/03/16/%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%88%e0%b8%9e%e0%b8%9a-%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a1%e0%b8%96/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>20 ขวบ&#8221;เวิลด์ไวด์เว็บ&#8221; ผู้ก่อตั้งหวั่นเรื่องสอดแนมมากที่สุด</title>
		<link>http://www.i-tonaor.com/2009/03/16/20-%e0%b8%82%e0%b8%a7%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b9%87%e0%b8%9a-%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%81/</link>
		<comments>http://www.i-tonaor.com/2009/03/16/20-%e0%b8%82%e0%b8%a7%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b9%87%e0%b8%9a-%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%81/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 16 Mar 2009 07:06:27 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[News]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.i-tonaor.com/?p=10</guid>
		<description><![CDATA[&#8220;ทิม เบอร์เนอร์ส-ลี&#8221; ผู้ให้กำเนิดแนวคิด www หรือเวิลด์ไวด์เว็บ (World Wide Web) กล่าวในงานฉลองครบรอบ 20 ปี www เมื่อวันที่ 13 มี.ค. 52 ณ โกลบ ออฟ ไซน์ แอนด์ อินโนเวชั่น (Globe of Science and Innovation) ที่เซิร์น สวิตเซอร์แลนด์ ว่านักท่องอินเทอร์เน็ตทุกคนกำลังมีความเสี่ยงในการถูกรัฐบาลและองค์กรทั่ว ไปติดตามสอดแนมประวัติการใช้งานเว็บไซต์มากขึ้น ระบุว่านี่คือเรื่องสำคัญที่นักท่องเน็ตทุกคนควรหลีกเลี่ยง ไม่ได้พูดถึงองค์กรใดเป็นพิเศษแต่หลายเสียงมองว่าสิ่งที่เบอร์เนอร์ส-ลีพูด พาดพิงถึงกูเกิล
ในงานฉลอง 20 ปี www ที่องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศในทวีปยุโรปเพื่อวิจัยและพัฒนานิวเคลียร์ หรือเซิร์น (European Center for Nuclear Research: CERN) จัดขึ้นที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ทิม เบอร์เนอร์ส-ลี (Tim Berners-Lee) ประธานองค์กรความร่วมมือเวิลด์ไวด์เว็บหรือ World Wide Web Consortium [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong><img class="alignleft size-full wp-image-16" title="552000003190401" src="http://www.i-tonaor.com/wp-content/uploads/2009/03/552000003190401.jpg" alt="552000003190401" width="170" height="255" />&#8220;ทิม เบอร์เนอร์ส-ลี&#8221; ผู้ให้กำเนิดแนวคิด www หรือเวิลด์ไวด์เว็บ (World Wide Web) กล่าวในงานฉลองครบรอบ 20 ปี www เมื่อวันที่ 13 มี.ค. 52 ณ โกลบ ออฟ ไซน์ แอนด์ อินโนเวชั่น (Globe of Science and Innovation) ที่เซิร์น สวิตเซอร์แลนด์ ว่านักท่องอินเทอร์เน็ตทุกคนกำลังมีความเสี่ยงในการถูกรัฐบาลและองค์กรทั่ว ไปติดตามสอดแนมประวัติการใช้งานเว็บไซต์มากขึ้น ระบุว่านี่คือเรื่องสำคัญที่นักท่องเน็ตทุกคนควรหลีกเลี่ยง ไม่ได้พูดถึงองค์กรใดเป็นพิเศษแต่หลายเสียงมองว่าสิ่งที่เบอร์เนอร์ส-ลีพูด พาดพิงถึงกูเกิล</strong></p>
<p><strong><span id="more-10"></span></strong>ในงานฉลอง 20 ปี www ที่องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศในทวีปยุโรปเพื่อวิจัยและพัฒนานิวเคลียร์ หรือเซิร์น (European Center for Nuclear Research: CERN) จัดขึ้นที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ทิม เบอร์เนอร์ส-ลี (Tim Berners-Lee) ประธานองค์กรความร่วมมือเวิลด์ไวด์เว็บหรือ World Wide Web Consortium (W3C) แสดงความกังวลในเทคโนโลยีระบบการทำงานใหม่ซึ่งถูกพัฒนาให้สามารถบอกราย ละเอียดกิจกรรมออนไลน์ของผู้ใช้แต่ละคน เพื่อสร้างเป็นประวัติส่วนตัวของผู้ใช้ได้โดยอัตโนมัติ เท่ากับการรุกรานข้อมูลส่วนตัวที่วิ่งบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเช่นนี้ เป็นหนึ่งในสิ่งที่เบอร์เนอร์ส-ลีกังวลมากที่สุดในฐานะผู้ก่อตั้งเส้นทางอิน เทอร์เน็ตอย่าง www</p>
<p>&#8220;การสอดแนมลักษณะนี้เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องหลีกเลี่ยง&#8221; ศาสตราจารย์ด้านวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ชาวอังกฤษกล่าว โดยบอกว่าหนึ่งในความท้าทายที่สำคัญที่สุดของโลกอินเทอร์เน็ตคือการสร้าง ความมั่นใจว่า ข้อมูลบนโลกออนไลน์นั้นถูกนำไปใช้ตามจุดประสงค์ที่เจ้าของข้อมูลยินยอมและ สมัครใจ</p>
<p>แม้ไม่ได้ระบุชื่อกูเกิล (Google) ยักษ์ใหญ่บริษัทโฆษณาออนไลน์สัญชาติอเมริกัน แต่หลายคนอดไม่ได้ที่จะนำสิ่งที่เบอร์เนอร์ส-ลีพูดถึง ซึ่งเป็นเทคโนโลยีระบบการทำงานใหม่ที่เขาระบุว่าสามารถตัดสินใจว่าใครควรจะ ชมคอนเทนท์ใดบนเว็บได้อย่างง่ายดาย มาเชื่อมโยงกับระบบโฆษณาใหม่ของกูเกิล โดยกูเกิลนั้นเพิ่งเริ่มทดสอบระบบโฆษณาใหม่ในชื่อ <strong>&#8220;interest-based advertising&#8221;</strong> เมื่อวันพุธที่ผ่านมา เป็นระบบโฆษณาที่ถูกออกแบบมาให้สามารถบันทึกประวัติการใช้งานอินเทอร์เน็ต ของผู้ใช้แต่ละคน เพื่อประมวลออกมาเป็นข้อมูลความสนใจ สำหรับนำไปใช้ในการเลือกโฆษณาที่เหมาะสมกับผู้ใช้รายนั้นๆ</p>
<p>นอกจากระบบอัตโนมัติ เบอร์เนอร์ส-ลียังพูดถึงความนิยมในการใช้แอปพลิเคชันฟรีบนอินเทอร์เน็ตหรือ คลาวด์เซอร์วิส (cloud service) ที่เพิ่มมากขึ้น ว่ายิ่งทำให้ข้อมูลส่วนตัวที่เก็บบนอินเทอร์เน็ตมีโอกาสรั่วไหลยิ่งขึ้น จุดนี้เบอร์เนอร์ส-ลีย้ำว่าภาครัฐควรเข้ามามีส่วนร่วมในการสอดส่องดูแลโลกออ นไลน์เพื่อป้องกันการนำข้อมูลเหล่านี้ไปใช้ในทางที่ผิด ท่ามกลางเทคโนโลยีบนโลก www ที่เบอร์เนอร์ส-ลีเชื่อว่าจะมีการพัฒนาที่รวดเร็วขึ้นอีก</p>
<p><strong>&#8221; การพัฒนาเว็บนั้นยังไม่สิ้นสุด ผมมั่นใจว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหม่ที่จะเขย่าโลกอย่างที่ไม่เคยเป็นมา ก่อน&#8221; เบอร์เนอร์-ลีเชื่อว่าความเปลี่ยนแปลงนั้นคือการเชื่อมโยงข้อมูลแบบใหม่ ซึ่งจะเกิดขึ้นเมื่อระบบคอมพิวเตอร์สามารถวิเคราะห์ข้อมูลในแต่ละบิตได้เอง ไม่ใช่การวิเคราะห์เว็บเพจที่ถูกเปิดใช้งานอย่างที่เป็นในปัจจุบัน<br />
</strong><br />
เบอร์เนอร์ส-ลีอธิบายว่า สิ่งที่จะเกิดขึ้นกับโลกอินเทอร์เน็ตในอนาคตคือผู้ใช้จะสามารถเชื่อมข้อมูล ที่มีลักษณะคล้ายกันเพื่อนำไปคำนวณหรือจัดวางสำหรับวิเคราะห์และใช้ประโยชน์ ได้แบบทันทีทันใด นักเรียนนักศึกษาจะสามารถดึงข้อมูลจากสถาบันวิจัย ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงข้อมูลภาครัฐ และนักลงทุนสามารถนำข้อมูลในเอกสารประชาสัมพันธ์มาพล็อตเป็นกราฟได้อย่างมี ประสิทธิภาพเหนือกว่าเดิม</p>
<p>พัฒนาการเหล่านี้เบอร์เนอร์ส-ลีเรียกว่า Semantic Web หากแปลตรงตัว Semantic จะมีความหมายว่าการศึกษาเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงความหมายของคำหรือสัญลักษณ์ และเป็นคำที่บริษัทไอทีมากมายเชื่อว่านี่คือทิศทางของโลก Web 3.0 ในอนาคต</p>
<p><strong>เบอร์ เนอร์ส-ลีเชื่อว่า อนาคตของโลกเวิลด์ไวด์เว็บจะอยู่บนโทรศัพท์มือถือ ซึ่งปัจจุบันเบราว์เซอร์บนโทรศัพท์มือถือนั้นมีจำนวนให้เลือกใช้งานมากกว่า คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กแล้ว</strong></p>
<p>&#8220;นี่คือสิ่งที่จะน่าตื่นเต้นมากในประเทศกำลังพัฒนา เพราะโทรศัพท์มือถือคือเป็นช่องทางเดียวที่ทำให้ประชากรจำนวนมากสามารถเข้า ถึงอินเทอร์เน็ตอย่างทั่วถึง&#8221;</p>
<p><strong>จุด กำเนิดของ www ถูกบันทึกว่าเริ่มต้นขึ้นเมื่อเบอร์เนอร์ส-ลีเขียนโครงการส่งหัวหน้าหน่วย วิจัย CERN ในเดือนมีนาคม 1989 เป็นโครงการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารระหว่างนักวิทยาศาสตร์ในทวีปยุโรป โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่ CERN ซึ่งเป็นศูนย์วิจัยทางนิวเคลียร์ฟิสิกส์ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์โดยใช้ระบบ ไฮเปอร์เท็กซ์ ก่อนจะเริ่มทดสอบโปรแกรมต้นแบบที่พัฒนาขึ้นเพื่อรันบนคอมพิวเตอร์ NeXT ซึ่งเป็นพื้นฐานของระบบปฏิบัติการ OS X Macintosh ของแอปเปิล</strong></p>
<p>ปีต่อมา เบอร์เนอร์ส-ลีใช้เวลา 2 เดือนในการพัฒนาซอฟต์แวร์ซึ่งสามารถเปิดให้ผู้ใช้แบ่งปันข้อมูลระหว่างกัน ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตโดยใช้ชื่อเรียกเครือข่ายนี้ว่า World Wide Web ชื่อเครือข่ายใยแมงมุมทั่วโลกดังกล่าวเป็นที่รู้จักในวงกว้างช่วงปี 1991 และได้รับการพัฒนาเรื่อยมาจากหน่วยงานบริษัทไอที จนแพร่หลายไปในวงกว้างขึ้นเรื่อยๆเช่นในปัจจุบัน</p>
<p>ที่มา : ASTVผู้จัดการออนไลน์     16 มีนาคม 2552 11:29 น.</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.i-tonaor.com/2009/03/16/20-%e0%b8%82%e0%b8%a7%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b9%87%e0%b8%9a-%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%81/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>i-tonaor.com</title>
		<link>http://www.i-tonaor.com/2009/03/12/%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%aa%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81/</link>
		<comments>http://www.i-tonaor.com/2009/03/12/%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%aa%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 11 Mar 2009 17:40:12 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[ทั่วไป]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.i-tonaor.com/?p=1</guid>
		<description><![CDATA[สวัสดีค่ะ เกิดใหม่อีกครั้งหลังโดนโจมตี อันเกิดจากความยุ่งวุ่นวายของ webmaster เอง
i-tonaor.com กำลังอยู่ในช่วงของการพัฒนา
Content ที่สมบูรณ์ จะกลับมาหลังสงกรานต์ค่ะ
อดใจรอสักแปบนะคะ
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>สวัสดีค่ะ เกิดใหม่อีกครั้งหลังโดนโจมตี อันเกิดจากความยุ่งวุ่นวายของ webmaster เอง</p>
<p>i-tonaor.com กำลังอยู่ในช่วงของการพัฒนา</p>
<p>Content ที่สมบูรณ์ จะกลับมาหลังสงกรานต์ค่ะ</p>
<p>อดใจรอสักแปบนะคะ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.i-tonaor.com/2009/03/12/%e0%b8%aa%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%aa%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81/feed/</wfw:commentRss>
		</item>
	</channel>
</rss>
